สถิติ
เปิดเมื่อ29/03/2013
อัพเดท18/05/2013
ผู้เข้าชม12484
แสดงหน้า19286
ปฎิทิน
May 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 






“ประวัติรุกขเทวดาศาล” กรมสวัสดิการทหารเรือ โดย ว่าที่เรือเอกสวัสดิ์ พัฒนเกิดผล รวบรวมและเรียบเรียง

อ่าน 358
“ประวัติรุกขเทวดาศาล” กรมสวัสดิการทหารเรือ
โดย ว่าที่เรือเอกสวัสดิ์ พัฒนเกิดผล รวบรวมและเรียบเรียง
 
รุกขเทวดาหรือพฤกษเทพทั้ง ๒ องค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลของกรมสวัสดิการทหารเรือมีความเป็นมาดังนี้ คือ เมื่ออาคารกรมสวัสดิการทหารเรือ  อันได้สร้างตั้งอยู่ ณ บริเวณท่าช้างวังหลวง และสนามด้านเหนือของพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย หรือท่าราชวรดิษฐ์ จำต้องขยายตัวอาคารมาทางด้านทิศใต้ และในส่วนของทิศนี้มีต้นไทรใหญ่อายุหลายชั่วคนกีดขวางอยู่ ถ้าไม่ตัดแล้วก็จะปลูกสร้างขยายตัวอาคารไม่ได้
ท่านเจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือสมัยนั้น คือ พลเรือตรี หลวงเจียรกลการ จึงได้นำความประสงค์นี้ไป ปรึกษาและขอทราบผลจากท่านนายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ คือ พลเรือจัตวา หลวงสุวิชานแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิทางจิตศาสตร์ ท่านผู้นี้ได้ใช้จิตศาสตร์ตรวจดูก็ทราบได้ว่า ต้นไทรนี้มีรุกขเทวดาสิงสถิตอยู่ถึง ๒ องค์ เป็นพี่น้องกัน และทราบถึงเทวเจตนาของรุกขเทพว่าไม่ขัดข้องในการตัดต้นไทร แต่มีเทวจำนงให้สร้างศาลขึ้นประทับแทน ตามเทพประสงค์นี้
ท่านเจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือได้ถวายความสอดคล้องตามเทพโองการ แต่พฤติการณ์เรื่องสร้างศาลกวาจะสำเร็จต้องกินเวลานาน ส่วนการตัดต้นไม้ต้องการรีบด่วน ท่านเจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือจึงได้นำเจตน์จำนงนี้ไปหารือนายแพทย์ใหญ่ทหารเรืออีกครั้งหนึ่ง ก็ทราบเทวบัญชาจากจิตศาสตร์ของนายแพทย์ใหญ่ทหารเรือว่าให้สร้างเทวรูปขึ้น แล้วเชิญสิงสถิตและเชิญขึ้นประทับชั่วคราวบนกรมสวัสดิการทหารเรือเสียก่อน จึงตัดต้นไทรได้
พิธีกรรมตามเทวประสงค์จึงได้ประกอบขึ้นเมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เวลา ๐๗.๐๐ น. และการตัดต้นไทรได้กระทำลงเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เมื่อศาลได้สร้างสำเร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้เชิญเทวรูปทั้งสององค์จากห้องชั้นสามของกรมสวัสดิการทหารเรือมาประทับประดิษฐาน ณ ศาลนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๙๗ เวลา ๐๙.๓๐ น. และประกอบพิธีบวงสรวงด้วยเครื่องสังเวยอย่างละคู่ครบกระบวนการแบบพิธีทุกประการ พรั่งพร้อมด้วยข้าราชการทหารเรือทั้งชั้นสัญญาบัตร และต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในกรมสวัสดิการทหารเรือ มีพลเรือตรี หลวงเจียรกลการ อดีตเจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ และพลเรือจัตวาสวัสดิ์ คงสิริ เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ แห่ห้อมล้อมเชิญเทวรูปมาสู่ศาลและต่างถวายเครื่องสักการะบวงสรวงพร้อมกัน ในพิธีบวงสรวงสังเวยเชิญขึ้นประทับศาลนี้ ว่าที่เรือเอก สวัสดิ์ พัฒนเกิดผล เป็นผู้ประกอบพิธี
อนึ่ง ความอัศจรรย์ในเทพฤทธิ์ดังปรากฏมีหลายคราว เช่น ครั้งหนึ่ง เมื่อกำลังสร้างศาลยังไม่เสร็จและอยู่ในลักษณะล่าช้า ทั้งในที่ประทับชั่วคราวบนกรมสวัสดิการทหารเรือได้มีผู้มาฝึกหัดละครอึกทึกครึกโครม เทพฤทธิ์ทั้งสององค์ได้ไปปรากฏเป็นนิมิตฝันแก่พระครูศิวาจารย์ (พราหมณ์) ณ สถานที่โบสถ์พราหมณ์ ตำบลเสาชิงช้า ซึ่งได้เป็นผู้บวงสรวงสังเวยและประกอบพิธีกรรมเชิญสิงสถิตเทวรูปและเชิญประทับชั่วคราว บนกรมสวัสดิการทหารเรือตลอดจนทำพิธีตัดต้นไทร ในนิมิตนั้นได้ปรากฏองค์และมีเทวดำรัสว่า “จะให้อยู่กันอย่างนี้หรือหนวกหูออก เขาหัดละครกันที่นั้น” ทั้ง ๆ ที่พระครูศิวาจารย์ก็ไม่ทราบความจริงเช่นนี้มาเลย
ต่อมาพระครูศิวาจารย์ได้มาเล่าถึงเทพนิมิตและเทวดำรัส ความจึงปรากฏว่าเป็นความจริงดังนั้น
อึกครั้งหนึ่งใน ระยะเวลากาลต่อมา ศาลซึ่งกำลังสร้างอยู่ในขณะนั้นค่อนข้างล่าช้ามาก รุกขเทพทั้งสองก็ได้แสดงให้ปรากฏแก่ พลเรือตรีหลวงเจียรกลการ โดยให้มีอาการปวดยอกในส่วนหัวไหล่ข้างซ้ายและปวดศีรษะแม้จะรักษาอย่างใด ๆ ก็ไม่หาย จึงได้มาขอความเห็นจาก พลเรือจัตวาหลวงสุวิชานแพทย์
นายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ ผู้มีญานทางจิตศาสตร์ ท่านนายแพทย์ใหญ่ทหารเรือจึงใช้วิชาจิตศาสตร์ตรวจดูก็ทราบได้ว่า อาการนี้เป็นเพราะฤทธิ์ทั้งสององค์ ต้องเร่งก่อสร้างศาลให้ลุล่วงแต่โดยเร็วอาการป่วยก็จะหาย พลเรือตรีหลวงเจียรกลการ ได้ทราบแล้วจึงได้ปฏิบัติการตามนัยนั้น อาการป่วยก็เริ่มบรรเทาและหายลงสนิท เมื่อได้เชิญเทวรูปขึ้นสู่ศาลเรียบร้อย อีกประการหนึ่งคือ ทรวดทรงเทวรูปเครื่องทรงเทวลังการและศาลก็ได้จัดทำขึ้นตามเทวประสงค์ ดังปรากฏในจิตศาสตร์ของพลเรือจัตวาหลวงสุวิชานแพทย์ทุกประการ
ในการสร้างศาลรุกขเทพนี้ ท่านผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกหลวงยุทธศาสตร์โกศล เมื่อได้ทราบเทพเจตนาจาก พลเรือตรีหลวงเจียรกลการ เรียนปฏิบัติแล้ว ก็ได้เห็นชอบและมีความกรุณาสนับสนุนอนุมัติให้ดำเนินการได้ กรมโยธาเทศบาลเป็นผู้รับไปจัดสร้าง เป็นราคา ๗๕,๐๐๐.๐๐ บาท จากวงเงินงบประมาณของกองทัพเรือ
รุกขเทวดาทั้งสององค์นี้ เมื่อบวงสรวงสังเวยเชิญขึ้นสู่ศาลได้ใช้นามประกอบบทสังเวยองค์พี่ใช้นามว่า “เชษฐชัยมงคลพฤกษเทวบุตร” องค์น้องใช้นามว่า “กนิษฐชัยมงคลพฤกษเทวบุตร”
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------