สถิติ
เปิดเมื่อ29/03/2013
อัพเดท18/05/2013
ผู้เข้าชม13550
แสดงหน้า20635
ปฎิทิน
November 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
     
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30




“ล่ากระทิง” สารคดีชุดล่องไพร บุกป่าฝ่าดงดิบ โดย ชาลี เอี่ยมกระสิทธุ์

อ่าน 1361
“ล่ากระทิง” สารคดีชุดล่องไพร บุกป่าฝ่าดงดิบ
โดย ชาลี เอี่ยมกระสิทธุ์
เรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องความลี้ลับในป่า โดยเฉพาะทางสามแพร่งกลางดงดิบ พรานช่วยได้เล่าถึงความเป็นมาให้พวกเราฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารู้สำหรับพวกเราที่ชอบใช้ชีวิตออกป่าดงพงไพรอยู่เสมอมา และการปรับชีวิตให้เข้ากับชีวิตพรานนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างชนิดอย่าได้ฝ่าฝืนกันเป็นอันขาด
พรานช่วยเล่าว่า
บนเส้นทางสามแพร่งนี้แต่เดิมมาก็มิได้มีศาลเพียงตา แต่มันมีเหตุผลให้รถชนกันตรงทางสามแพร่งนี้บ่อยที่สุด ทั้งๆ ที่ไม่ควรจะชนเพราะว่าใช่ว่ารถมันจะวิ่งผ่านกันบ่อยนัก แต่ละครั้งที่ชนกัน จะต้องมีคนตายเสมอหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัสถึงพิการไปเลย ผู้เป็นเจ้าของเหมืองเห็นว่า ตรงทางสามแพร่งนี้น่าจะมีอาถรรพ์ เชื่อกันว่าอาจมีวิญญาณหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นเจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขาอารักขาอยู่ เมื่อไม่ได้รับการเซ่นไหว้ตาที่ควร จึงบันดาลให้เกิดเหตุร้ายถึงตายตรงทางสามแพร่งนี้เสมอมา เจ้าของเหมืองแร่มิได้นิ่งนอนใจ ได้นำเรื่องร้ายนี้ไปปรึกษาท่านผู้ใหญ่ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ว่าควรจะแก้ไขหรือทำอย่างไรดี ได้รับคำแนะนำให้ไปพบพลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์ ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสกันมากว่าเป็นผู้ที่ทรงคุณวุฒิในเรื่องการนั่งทางใน สามารถที่จะถอดกระแสจิตออกไปหยั่งรู้ถึงต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาเพศต่าง ๆ
เมื่อทราบถึงเหตุร้ายจากทางสามแพร่งนี้เจ้าของเหมืองจึงได้รับคำแนะนำจากหลวงสุวิชานฯ หลังจากท่านได้นั่งทางใน เพื่อปล่อยกระแสจิตออกไปยังทางสามแพร่งแห่งนี้แล้ว
ตรงทางสามแยกแห่งนี้ เดิมนั่นมีวิญญาณของเจ้าแม่กะเหรี่ยงสิงสถิตอยู่บนไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีการทำเหมืองทำทางลำเลียงขนส่งแร่ ต้นไม้น้อยใหญ่ต้องถูกโค่นบุกเบิกให้เป็นช่องเป็นทาง และบังเอิญต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอันเป็นที่สิงสู่ของวิญญาณเจ้าแม่กระเหรี่ยงก็ต้องถูกโค่นลงด้วย แน่ละวิญญาณของเจ้าแม่กะเหรี่ยงนั้นก็กริ้วโกรธ บันดาลให้เกิดอาเพศเหตุร้ายตรงทางสามแพร่งนี้เรื่อยมา วิธีแก้ไขมีทางเดียวให้เจ้าของเหมืองทำการปลูกศาลเพียงตา เพื่อให้วิญญาณของเจ้าแม่นี้ได้สิงสถิตแทนไม้ใหญ่ที่เคยอยู่ แล้วเหตุร้ายที่เกิดขึ้นจากรถชนกันก็จะสิ้นสุดลง ดังนั้น การเซ่นไหว้ทำพิธีสร้างศาลเพียงตาก็ได้ทำขึ้นและอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่กะเหรี่ยงขึ้นศาล เจ้าแม่กะเหรี่ยงนี้มีชื่อว่า “เจ้าแม่กาลิโท่”
นับว่าเป็นเรื่องของป่าๆ ดงๆ เรื่องของมนต์ดำซึ่งหลายท่านอาจจะเห็นเป็นเรื่องเหลวไหล ขณะเดียวกันด้วยความเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เหลวไหลนั่นเอง เพื่อนของเราหลายคนก็เกือบจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งเสียในป่าด้วยการกระทำอันเย้ยหยันต่ออำนาจมืดในป่าดิบและดงดำ ข้าพเจ้าเชื่อว่าความประหลาดล้ำในป่าเป็นความจริง!
เรื่องของวิญญาณ เรื่องไสยศาสตร์ในป่าสูงนั้น แม้ว่าท่านจะไม่ศรัทธากับเขาพรานป่า ก็อย่าไปลบหลู่จะดีกว่า นอกจากจะไปทำให้ขุ่นเคืองในการเดินป่าที่จะต้องร่วมทางกันไปนานวันแล้ว เหตุยุ่งยากย่อมจะติดตามมาอีกหลายเรื่อง
หลังจากพิธีตั้งศาลเพียงตาอันเชิญวิญญาณของเจ้าแม่กาลิโท่ มาสิงสถิตอยู่ที่ไม่ใหญ่ทีโค่นไปแล้ว ปรากฏว่ามิได้มีอุบัติเหตุจากรถชนกันตรงทางสามแพร่งนี้อีกเลย
ทำนองเดียวกันนี้ ท่านผู้อ่านที่ติดตามอ่านเรื่องป่าสูงยูงยางมานี้ก็คงจะเข้าใจดีว่า ทำไมสายตาของคนเราจึงมองปาไม้เห็นไม่เหมือนกัน เมื่อข้าพเจ้ามองเห็นเสือสมิงกลางหนองบัวตัวนั้นเป็นสุ่มปลา ขณะที่เพื่อนและพรานมองเห็นเป็นเสือลายพาดกลอน
เรื่องใครจะตาฝาดหรือภาพนั้นหลอนไม่มีใครอธิบายได้ในเมื่อเราเห็นกันอย่างชัดแจ้งท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้า และไม่มีใครเมาหรือตาลาย แต่มันก็เห็นผิดกันไปได้เช่นนี้ เขายิงคนหรือยิงเสือ แต่การยิงในระยะฉกรรจ์นั้นก็พลาด ข้าพเจ้าโล่งอกไปเพราะตะโกนเสียงหลงไปว่า “อย่ายิง - นั่นคน” แต่เสียงปืนลั่นแล้ว ที่ตรงขอบหนองนั้นไม่มีทั้งคนและเสือเค้เก้อยู่ นอกจากรอยเลือดเสือลายพาดกลอนขนาดเขื่องทิ้งไว้เห็นเด่นชัด เรื่องของป่ามักจะเป็นเช่นนี้
เรื่องมหัศจรรย์นี้มิได้เกิดเพียงกับพวกเราที่ตระเวนไพรมานับสิบ ๆ ปี แต่ได้เกิดขึ้นกับพรานอเมริกันเพียงชั่วที่เขาได้มาตระเวนกับเราเป็นครั้งแรก เพราะพรานอเมริกันอาจจะเข้าใจดีถึงขนบประเพณีพรานทางเอเซียว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเข้ากับความเป็นไปกับป่านั้นได้ ผลของการกระทำตนเป็นไปตามแบบฉบับของพรานป่าจึงเป็นผลให้เขาประสบความสำเร็จในการออกป่าล่าสัตว์ได้อย่างงดงามที่สุดอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
พรานคนหนึ่งเตือนเราว่า
“อีกไม่ช้าเรากำลังจะเดินทางเข้าไปในป่า กวาง”
“ใครว่า” เสียงอำนวย เหล่าบุญมีถาม “เมืองกวางกระนั้นหรือ”
“กวางและกวางเต็มไปหมด” เสียงพรานตอบ “นายจะพบแต่กวางทั้งป่า”
เราผ่านศาลเจ้าแม่กะเหรี่ยงกาลิโท่ สามแยกมฤตยูที่ปัจจุบันไม่มีอันตรายอันใดเกิดขึ้นอีกแล้ว หลังจากที่เจ้าของเหมืองได้สร้างศาลให้เจ้าแม่ได้พักพิงเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวป่าชาวเหมือง พร้อมด้วยเรื่องราวในอดีตอันน่าพิศวง เรื่องของวิญญาณ เรื่องของความเร้นลับที่ไม่อาจพิสูจน์กันได้อย่างชัดแจ้งตามที่สายตาของเรามองทางสามแพร่งแหงนี้แล้วก็ไม่น่าเลยทีเดียวที่จะเกิดเหตุร้ายแรงถึงกับรถชนกันตายได้บ่อย ๆ รวมทั้งรถมาพลิกคว่ำจำหงายตรงทางสามแพร่งนี้ เนื่องจากความเงียบเชียบของป่าย่อมจะทำให้เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก้องไปกับราวป่า ล้อที่บดไปบนดินนั้นจะต้องสะเทือนอย่างแรงและได้ยินไกลมากประกอบกับหูที่คุ้นกับเสียงของสารถีผู้ชำนาญทางจะได้ยินและจะต้องรั้งรอความเร็วเมื่อถึงทางสามแพร่ง และแน่ละ และนานหนักหนากว่ารถจะแล่นมาสวนกันสักครั้งหนึ่ง แต่รถก็ประสานงากันจนได้อำนาจมืดอันใดกระนั้นหรือแน่ละ ชาวป่าและชาวเหมืองยกมือขึ้นวันทากันอย่างเคารพด้วยใจจริง นับแต่ศาลนี้ได้ประดิษฐานขึ้นแล้ว เหตุร้ายจากรถคว่ำหรือชนกันก็ไม่เกิดขึ้นบนทางสามแพร่งอีกเลย
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------